ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกเหล่านี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกอะไรบ้าง คือ
๑) บุคคลมีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ
๒) บุคคลมีปัญญาเหมือนตัก
๓) บุคคลมีปัญญากว้างขวาง (เหมือนหม้อหงาย)
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลมีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำเป็นอย่างไร คือ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในกรณีนี้ หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ ภิกษุทั้งหลายย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น แต่จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นไม่ได้ ถึงลุกจากอาสนะแล้ว ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นไม่ได้ เปรียบเหมือนหม้อคว่ำ ถึงจะเอาน้ำเทลงไปที่หม้อนั้น น้ำย่อมไหลราดไป ไม่ขังอยู่ แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในกรณีนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ ภิกษุทั้งหลายย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น แต่จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นไม่ได้ แม้ลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นไม่ได้ ภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า บุคคลมีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ.
ภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลมีปัญญาเหมือนตักเป็นอย่างไร คือ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในกรณีนี้ หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ ภิกษุทั้งหลายย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นได้ ครั้นลุกจากอาสนะนั้นแล้ว กลับจำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นไม่ได้ เปรียบเหมือนบนตักของบุรุษมีของเคี้ยวนานาชนิด คือ งา ข้าวสาร ขนมต้ม พุทรา เกลื่อนกลาด เขาลุกจากอาสนะนั้นแล้ว เขาย่อมทำของเคี้ยวนั้นเรี่ยราดเพราะเผลอสติ แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในกรณีนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ ภิกษุทั้งหลายย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นได้ ครั้นลุกจากอาสนะนั้นแล้ว กลับจำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นไม่ได้ ภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า บุคคลมีปัญญาเหมือนตัก.
ภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลมีปัญญากว้างขวางเป็นอย่างไร คือ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในกรณีนี้ หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ ภิกษุทั้งหลายย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นได้ แม้ลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ก็ยังจำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นได้ เปรียบเหมือนหม้อหงาย เมื่อเอาน้ำเทใส่ลงไปในหม้อนั้น น้ำย่อมขังอยู่ ไม่ไหลราดไป แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในกรณีนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ ภิกษุทั้งหลายย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นได้ ถึงลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ก็ยังจำเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถานั้นได้ ภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า บุคคลมีปัญญากว้างขวาง ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกเหล่านี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก.
บุรุษมีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ เป็นคนเขลา ไร้ปัญญาสำหรับพิจารณา บุคคลเช่นนั้น แม้จะหมั่นไปในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ ก็ไม่อาจจะเล่าเรียนเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถาได้ เพราะเขาไม่มีปัญญา บุรุษมีปัญญาเหมือนตัก เรากล่าวว่า ดีกว่าบุรุษที่มีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ บุคคลเช่นนั้น แม้จะหมั่นไปในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ นั่งบนอาสนะนั้น เล่าเรียนเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถาได้ ครั้นลุกมาแล้ว กำหนดจดจำพยัญชนะไม่ได้ เพราะพยัญชนะที่เขาเรียนแล้วเลอะเลือนไป ส่วนบุรุษผู้มีปัญญากว้างขวาง เรากล่าวว่า ดีกว่าบุรุษที่มีปัญญาเหมือนตัก บุคคลเช่นนั้น แม้จะหมั่นไปในสำนักของภิกษุทั้งหลายเสมอ นั่งบนอาสนะนั้น เล่าเรียนเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดของกถาได้ แล้วจำพยัญชนะไว้ได้ เป็นผู้มีความดำริประเสริฐสุด มีใจไม่วอกแวก ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม พึงทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.
